6 สิ่งที่นายจ้างมองหาจากเด็กจบใหม่ ในยุคโควิด-19

จากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ทำให้ทุกคนได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะภาคธุรกิจ มีคนจำนวนมากที่ถูกให้ออกจากงาน จากการแถลงของสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเมื่อเดือน พ.ค. 2563 ว่า มีผู้ว่างงานเกือบ 4 แสนคนในไทย และเสี่ยงที่จะถูกเลิกจ้างอีกกว่า 8.4 ล้านคน นี่ยังไม่นับบัณฑิตจบใหม่ที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงานอีกกว่า 5.2 แสนคนที่มีความเสี่ยงที่จะไม่มีงานทำ
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสได้งานทำเลยสำหรับนักศึกษาจบใหม่ มีทางรอดสำหรับเด็กจบใหม่ในยุคโควิด-19 ควรจะเอาตัวรอดอย่างไร เพื่อให้มีงานทำ

เรซูเม่ ที่กระชับและตรงประเด็น

เพราะมีคนมากมายพร้อมยื่นใบสมัครในตำแหน่งที่เราสมัครงานอยู่ เพราะฉะนั้นเรซูเม่ของเราควรจะเป็นเรซูเม่ที่กระชับและชัดเจน ระบุประสบการณ์ที่โดดเด่นที่จะสามารถสื่อถึงความสามารถที่เรามีได้เป็นอย่างดี สร้างความประทับใจด้วยวิธีเขียนแบบตรงประเด็นไม่เยิ่นเย้อ ควรเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ในรูปแบบที่มีตัวหนังสือไม่เยอะเกินไป จัดรูปแบบให้ดูสะอาดตา เน้นให้อ่านง่าย เข้าใจง่าย

ประสบการณ์ทำงานที่โดดเด่น

หลายคนอาจเถียงว่า เด็กจบใหม่จะไปมีประสบการณ์ได้อย่างไร แต่คำว่าประสบการณ์ในที่นี้หมายถึงการทำกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัย หรือจะเป็นงานอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นงานประกวดตามโครงการต่างๆ การฝึกงาน ทำงานพาร์ทไทม์ หรือโครงงานตอนเรียนที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน หากตรงกับงานที่เรากำลังจะสมัครก็สามารถนำมาเขียนในเรซูเม่ได้

การพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง

การลงเรียนคอร์สเรียนออนไลน์ต่าง ๆ ที่มีเปิดสอนทั่วไปในอินเตอร์เน็ท เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้นายจ้างเห็นว่าเราเป็นคนที่ไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง ยิ่งคอร์สไหนที่เมื่อเรียนจบแล้วได้รับใบ Certificate ด้วย ยิ่งเป็นสิ่งที่เราจะนำไปอ้างอิงในเรซูเม่ได้เป็นอย่างดี หรือจะลงเรียนคอร์สที่สอน Soft skills ต่าง ๆ ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะทุกวันนี้สิ่งที่นายจ้างมองหาคือคนที่มีสกิลความสามารถหลากหลาย พร้อมทำงานให้องค์กร และสามารถเอาตัวรอดได้ในสถานการณ์ต่าง ๆ

สำหรับคนที่มี Soft Skills อัดแน่นเต็มที่แล้ว พร้อมจะเริ่มงาน สามารถค้นหางานตำแหน่งต่าง ๆ ในเว็บสมัครงาน ได้เลย

เชี่ยวชาญด้านการใช้เทคโนโลยี

เพราะเราอยู่ในช่วงที่หลาย ๆ บริษัทต้องปรับตัวและเตรียมพร้อมเพื่อให้ทุกคนทำงานได้ในภาวะ Social Distancing ทำให้การประชุมออนไลน์ หรือ Video Conference เป็นเรื่องปกติมาก แม้แต่การทำงานบางขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนงาน การสั่งงาน หรือส่งงาน ก็อาจจะทำงานผ่านโปรแกรมออนไลน์ จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากที่นักศึกษาจบใหม่จะต้องมีพื้นฐานการใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นอย่างดี อาจจะลองใช้เล่นกับเพื่อนและฝึกเรียนรู้ฟีเจอร์ใหม่ ๆ ว่าโปรแกรมอย่าง Zoom, Line, Google Meet, Google Drive สามารถทำอะไรได้บ้าง ก็จะเป็นผลดีเวลาสมัครงานได้

ทักษะการคิดวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

องค์กรส่วนใหญ่มักมองหาคนที่มองเห็นปัญหาแล้วนำมาวิเคราะห์ถึงต้นตอ ไปจนถึงการหาทางแก้ไขที่จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดในระยะเวลาอันรวดเร็ว เป็นคนที่เจอปัญหาแล้วไม่ยอมแพ้ แต่ใช้วิธีวิเคราะห์เพื่อหาทางออกที่ลงตัวที่สุด เด็กจบใหม่อาจจะฝึกทักษะด้านการคิดวิเคราะห์เพิ่มเติมได้จากเรื่องทั่วๆไปในชีวิตประจำวัน เช่น ข่าวที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ ถ้าเป็นเราจะแสดงออก ให้ทำอย่างไรให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด หรือจะเป็นการลองวางแผนวิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อยของตัวเอง หาทางพัฒนาตัวเองเพื่อให้ได้งานก็ได้

ทัศนคติที่ดี

หลาย ๆ บริษัทมองหาคนที่มี Growth Mindset มากกว่าคนที่เก่งมาก ๆ แต่ไม่ยอมปรับตัว เพราะนายจ้างเชื่อว่าคนที่มีทัศนคติเชิงบวก พร้อมปรับตัวให้ผ่านพ้นวิกฤตได้ตลอดเวลา คือคนที่จะสามารถทำงานภายใต้ภาวะไม่ปกติ และสามารถช่วยนำพาบริษัทให้ไปรอดได้ด้วยวิธีการแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์ต่างๆได้ และยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นคนที่พร้อมจะเรียนรู้งานใหม่ๆและไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง ไม่กลัวที่จะล้ม และยังสามารถลุกขึ้นมาใหม่ได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากการดึงสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐหนุน แต่ความต้องการก็ลดลง

ลอนดอน (รอยเตอร์) ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในวันพุธโดยได้รับแรงหนุนจากการดึงสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐและการอนุมัติของอังกฤษในการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาตัวที่สอง แต่ได้รับแรงกดดันจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบเป็นรายปี

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้น 25 เซนต์เป็น 51.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากระดับสูงสุดของเซสชั่นที่ 51.56 ดอลลาร์และต่ำกว่าราคา 66 ดอลลาร์ที่เริ่มต้นปี น้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐฯปรับตัวขึ้น 40 เซนต์เพื่อซื้อขายที่ 48.40 ดอลลาร์ลดลงอย่างมากจาก 62 ดอลลาร์ในช่วงต้นปี 2563

สัญญาทั้งสองฉบับหลุดไปในช่วงต้นเนื่องจากมาตรการช่วยเหลือทางการคลังที่ใหญ่ขึ้นในสหรัฐอเมริกาดูไม่น่าเป็นไปได้มากขึ้นทำให้ความหวังในการฟื้นตัวของอุปสงค์น้ำมันที่ฟื้นตัวเร็วขึ้นซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19

ราคาปรับตัวสูงขึ้นหลังจากรายงานของ Energy Information Administration พบว่าสต็อกน้ำมันดิบลดลง 6.1 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ล่าสุดสู่ระดับ 493.5 ล้านบาร์เรล [EIA / S] แต่ผู้ค้าตั้งข้อสังเกตว่าสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐยังคงสิ้นสุดปีนี้มากกว่า 10% จากสัปดาห์สุดท้ายของปี 2019

เราไม่สามารถแม้แต่จะดึงระดับพื้นที่จัดเก็บลงได้ด้วยการดึงสินค้าคงคลังจำนวน 6.1 ล้านรายการซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้า แต่เป็นความจริงและมันก็ต้องใช้เวลาในการแข่งขันครั้งใหญ่ Bob Yawger ผู้อำนวยการฟิวเจอร์สด้านพลังงานของ Mizuho กล่าว

ด้านอุปทาน บริษัท พลังงานของสหรัฐในสัปดาห์นี้ได้เพิ่มแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ 3 แห่งในไตรมาสที่ดีที่สุดสำหรับการเพิ่มจำนวนแท่นขุดเจาะตั้งแต่ไตรมาสที่สองของปี 2017 ตามข้อมูลจาก Baker Hughes

การประชุมวันที่ 4 มกราคมขององค์การประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และพันธมิตรรวมถึงรัสเซียซึ่งเป็นกลุ่มที่รู้จักกันในชื่อโอเปค + มีกำหนดจะเพิ่มผลผลิต 500,000 บาร์เรลต่อวัน (bpd) ในเดือนมกราคม

ราคาน้ำมันพบว่ามีแรงหนุนในวันพุธจากเงินดอลลาร์สหรัฐแตะระดับต่ำสุดเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินตั้งแต่ปี 2018 ทำให้น้ำมันถูกกว่าสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น เมื่อวันพุธที่ผ่านมาอังกฤษกลายเป็นประเทศแรกที่อนุมัติวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและแอสตร้าเซเนกา

แต่การเปิดตัววัคซีนในสหรัฐอเมริกาได้ดำเนินการช้ากว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ โจไบเดนประธานาธิบดีผู้ได้รับการเลือกตั้งประมาณ 2 ล้านคนกล่าวเมื่อวันอังคารซึ่งสั้นกว่า 20 ล้านคนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์สัญญาไว้ภายในสิ้นปีนี้