ธุรกิจโกดังสินค้า การมีแหล่งจัดเก็บที่คุ้มค่าให้เลือกใช้บริการกันได้ตลอดเวลากันแล้ว

ธุรกิจโกดังสินค้า การมีแหล่งจัดเก็บที่คุ้มค่าให้เลือกใช้บริการกันได้ตลอดเวลากันแล้ว

ในธุรกิจยอดฮิตที่จะมีการเลือกใช้บริการกับ ธุรกิจโกดังสินค้า นั้นคงหลีกไม่พ้นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจออนไลน์ที่จำนวนมากกันแล้วจะมีความชื่นชอบสำหรับเพื่อการสร้างธุรกิจขึ้นโดยไม่มีหน้าร้านค้าเป็นหลักแหล่ง มีเพียงแต่เว็บเป็นวิถีทางสำหรับเพื่อการติดต่อหรือขายผลิตภัณฑ์ให้เป็นเสมือนหน้าร้านรวงของตน ก็เลยจึงควรมีเรื่องมีราวของการเลือกโรงเก็บของสำหรับเพื่อการจัดเก็บผลิตภัณฑ์เอาไว้เพื่อนำไปปลดปล่อยขายให้กับลูกค้าที่ปรารถนา

เพียงแค่สั่งสต๊อกผลิตภัณฑ์ที่ปรารถนาจัดส่งหรือนำไปเอง สามารถเริ่มทำธุรกิจสร้างรายได้ด้วยตัวเองกันไม่ยากได้แล้วเวลานี้ จำเป็นต้องไม่ลืมเลือนว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจต่างๆที่จำเป็นต้องมีตัวผลิตภัณฑ์นั้นจึงควรไม่ลืมเลือนที่จะเลือกใช้บริการกับการจัดเก็บผลิตภัณฑ์เอาไว้ภายในคลังสินค้าให้เหมาะสมกันได้แล้วณ เวลานี้

วิธีการทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจทั่วๆไปหรือธุรกิจออนไลน์ที่มีให้บริการกันนั้นจะมองเห็นได้ว่าควรจะมีการเลือกผลิตภัณฑ์หรือการสร้างสินค้าออกมาเพื่อการจัดหน่าย เสนอให้กับลูกค้าได้กำเนิดความพอใจที่จะเลือกเข้าใช้บริการ ในจุดนี้เองถ้าวิธีการทำธุรกิจที่ได้มีการพรีเซนเทชั่นผลิตภัณฑ์นั้นมีความนิยมชมชอบเลือกใช้บริการกันเยอะขึ้นนั้นเอง สำหรับเพื่อการขายผลิตภัณฑ์อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีข้อกำหนดในเรื่องของปริมาณสต๊อกผลิตภัณฑ์ที่ได้มีการจัดเก็บเอาไว้

บางทีก็อาจจะน้อยเกินไปเพียงแค่กับความอยากของลูกค้าที่ได้เลือกเข้าใช้บริการกันเวลานี้ จึงควรไม่ลืมเลือนว่าเรื่องเกี่ยวกับการขายของเองควรจะมีการตุนผลิตภัณฑ์เอาไว้สำรองด้วยด้วยเหมือนกัน แม้กระนั้นก็บางครั้งก็อาจจะประสบเจอกับปัญหาของสถานที่จัดเก็บที่ไม่เพียงพอสำหรับผลิตภัณฑ์ที่จะนามาจัดหน่ายและก็ให้บริการกันก็เลยต้องมีการใช้บริการกับ ธุรกิจโกดังสินค้า ที่จะมาช่วยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บผลิตภัณฑ์ที่ได้สต๊อกเอาไว้ให้พื้นที่ในร้านค้าธุรกิจนั้นมีพื้นที่มากยิ่งกว่าเดิม

ให้เรื่องเกี่ยวกับการทำธุรกิจมีความสบายเยอะขึ้นเรื่อยๆกว่าเดิมในเรื่องของพื้นที่จัดเก็บผลิตภัณฑ์หรือวัตถุดิบสำหรับในการผลิตให้สามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกเมื่อที่ปรารถนา จากการบริการของธุรกิจโกดังสินค้าที่มีให้เข้าใช้บริการจะเห็นได้ชัดเจนมากเพิ่มขึ้นในเรื่องเกี่ยวกับการบริการจัดเก็บผลิตภัณฑ์เอาไว้ โดยการบริการที่มีให้นั้นจะมีทั้งยังเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเช็คภาวะของตัวผลิตภัณฑ์ 

ปริมาณผลิตภัณฑ์ ปริมาณวัตถุดิบที่จำเป็นจะต้องสำหรับเพื่อการผลิตผลิตภัณฑ์นำจำหน่ายให้กับลูกค้าได้เลือกเข้ามาใช้บริการกันได้มากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งในกรณีนี้เองมีการจัดส่งผลิตภัณฑ์ให้ถึงร้านขายของหลักได้จากการบริการจัดส่งด้วยรถยนต์ขนส่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาให้เลือกใช้บริการได้ตามอยากได้ ต้องไม่ลืมเลือนว่าการใช้บริการกับ ธุรกิจโกดังสินค้าเองมีการจัดระเบียบให้เข้าใช้งานได้ง่ายเพิ่มขึ้นจากระบบของอินเทอร์เน็ตเข้ามาเป็นตัวช่วยในความสบายการบริการที่มองเห็นได้อย่างเห็นได้ชัด

อบรม ไคเซ็น เพื่อการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ดีขึ้น

พฤติกรรมหรือคำพูดที่พนักงานแต่ละคนแสดงออกมา เกิดจากกรอบความคิด (Mindset) ที่เขามีต่อเรื่องนั้นๆ ซึ่งกรอบความคิดมาจาก ความเชื่อ ค่านิยม ประสบการณ์ ที่สะสมมาจากอดีตของแต่ละบุคคล ดังนั้น การพัฒนาผู้ปฏิบัติงานในปัจจุบันโดยให้ความรู้ หรือเทคนิคต่างๆ อาจจะไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ได้อย่างยั่งยืนถ้าพนักงานยังคงใช้กรอบความคิดแบบเดิม การสร้างกรอบความคิดที่ดีโดยสร้างความรู้สึกของการเป็นเจ้าของงาน Ownership Mindset จึงมีความสำคัญเช่นกัน
โลกของการแข่งขันในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยกระบวนการและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ทำให้กระบวนการทำงานของทุกระดับในองค์กรมีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังต้องแข่งขันกับเวลา ทำให้รูปแบบหรือกระบวนการทำงานเดิมขององค์กรอาจไม่เพียงพอที่จะเติบโตหรือแม้กระทั่ง รักษาขีดความสสามารถทางการแข่งขันที่มีอยู่เดิมไว้ได้
การทำงานโดยทั่วไปมักจะมีความสูญเปล่าแอบซ่อนอยู่ในกระบวนการ โดยมีทั้งแบบมองเห็นด้วยตาเปล่าและไม่สามารถมองเห็นได้ ดังนั้นหากองค์กรใดสามารถลดความสูญเปล่าในขั้นตอนหรือกระบวนการทำงานที่มีอยู่ได้มากเท่าไร ยิ่งจะส่งผลถึงต้นทุน กำไร ความพึงพอใจของลูกค้าและทีมงานรวมถึงช่วย เพิ่มความสามารถทางการแข่งขันให้มากขึ้นได้ด้วยเช่นกัน
อบรม ไคเซ็น(Kaizen) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ดีขึ้นหรือการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นแนวทางปฏิบัติที่ไม่ได้ทำจบในครั้งเดียว แต่หมายถึงการทำอย่างต่อเนื่อง โดยมีหลักการคือ
กำหนดเป้าหมายในการทำงานที่ชัดเจน
ค้นหาความสูญเปล่าในขั้นตอนหรือกระบวนการทำงาน
วิเคราะห์สาเหตุและดำเนินการปรับปรุงแก้ไขจนกระทั่งบรรลุเป้าหมาย
กำหนดเป้าหมายที่สูงขึ้นแล้วดำเนินการตามขั้นตอนปรับปรุงใหม่อีกครั้ง
ปฏิบัติตามวงจรนี้อย่างต่อเนื่อง
ปัญหาบางประการที่เกิดขึ้นในการทำงานทำให้เกิดความสูญเสียซึ่งส่งผลกระทบกับผลผลิต ต้นทุน รวมทั้งอาจกระทบกับการดำเนินงานในส่วนอื่นๆ ซึ่งความสูญเสียบางประการเป็นสิ่งที่เราอาจป้องกันได้ ถ้าเข้าใจกระบวนการและวิเคราะห์ได้ถึงที่แหล่งที่มารวมทั้งกระบวนการที่ทำให้เกิดความสูญเสียนั้นๆ หลักการ ความสูญเสีย 7 ประการ (7 Waste) จะช่วยให้เราเข้าใจและมองได้เห็นถึงความเสี่ยงต่างๆ ในกระบวนการทำงานที่มีโอกาสทำให้เกิดความสูญเสียตามมา และการวิเคราะห์ค้นหาสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากร (6M : Man Machine Materials Money Method Management) จะช่วยให้เราป้องกันหรือหาแนวทางแก้ไขได้อย่างตรงประเด็นมากยิ่งขึ้น
KAIZEN มีเทคนิคและเครื่องมือมากมายที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อปรับปรุง กระบวนการทำงานได้ เช่น 5ส , PDCA , Why-Why , ผังก้างปลา เป็นต้น ดังนั้นผู้ที่นำหลักไคเซ็นไปประยุกต์ใช้ควรมีทั้งความรู้ ทักษะที่เกี่ยวข้องและกรอบความคิดที่ดีของการเป็นผู้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

วัตถุประสงค์
เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจความหมายและหลักการของไคเซ็น (Kaizen) และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้
เพื่อให้ผู้เรียนได้ทำความเข้าใจและมองเห็นภาพของความสูญเปล่า และการทำงานที่เพิ่มคุณค่าได้ชัดเจนขึ้น
เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจถึงการทำงานที่ทำให้เกิดความสูญเปล่า 7 ประเภท พร้อมทั้งค้นหาสาเหตุที่ที่เกิดจากการบริหารจัดการทรัพยากร 6M ที่มีอยู่
เพื่อให้ผู้เรียนได้นำเทคนิคและเครื่องมือต่างๆ มาปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อเพิ่มผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้

วิธีการชงนมผงให้ลูกน้อยอย่างถูกวิธี

การชงนมผงเป็นขั้นตอนพื้นฐานในการเลี้ยงลูกที่ถือว่าเบสิคสำหรับคุณแม่มาก แม่ๆ ทุกคนน่าจะรู้วิธีการชงนมผงกันดีอยู่แล้ว แต่รู้ไหมคะว่าสิ่งที่คิดว่าง่ายและทำตามแบบที่ใครๆ เขาก็ทำกันมานี่แหละ อาจจะเป็นวิธีชงนมผงที่คุณแม่เข้าใจผิดมาโดยตลอดก็ได้ โดยเฉพาะชงนมให้ทารกอายุ 0-3 เดือน ที่ระบบย่อยยังไม่สมบูรณ์ การชงนมผงที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้ลูกเกิดอาการท้องอืด ไม่สบายท้อง บิดตัวไม่มาบ่อย และร้องไห้งอแงไม่หยุดเลยก็ได้

เรื่องน่ารู้และวิธีการชงนมผงให้ลูกน้อยอย่างปลอดภัย

การชงนมผงดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย แต่จริงๆ แล้วสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย ยิ่งจะชงยังไงให้ถูกวิธี ถูกหลักอนามัย และดีต่อสุขภาพลูกน้อยนั้นยิ่งต้องใส่ใจมากๆฉะนั้นเรามาดูวิธีชงนมผงให้ลูกๆ ที่ถูกต้องกันว่ามีขั้นตอนการทำยังไงบ้าง มาดูกันเลยค่ะ
1.คุณพ่อคุณแม่ต้องทำการล้างทำความสะอาดขวดนมและจุกนมก่อน และต้มในน้ำที่เดือดเป็นเวลา 15 – 20 นาที
2.ในการผสมนมคุณพ่อคุณแม่ควรใช้น้ำต้มสุกเท่านั้น ต้องต้มให้เดือดจนเห็นฟองอากาศผุดออกมา เพื่อป้องกันเชื้อโรค จากนั้นปล่อยให้เย็นตัวลงก่อนนำไปผสมกับนมผงค่ะ
3.ใส่น้ำอุ่นประมาณ 1 ใน 3 ของขวดนม โดยคุณพ่อคุณแม่เมื่อซื้อนมผงสำหรับชงมาแล้ว ควรทำตามที่ระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์ ทั้งนำและนม เพราะถ้าทำผิดจากที่ระบุไว้ อาจจะสร้างปัญหาในระบบการทำงานของร่างกายลูกๆ ได้
4.เติมน้ำอุ่นเพิ่มตามอัตราส่วนที่เหลือ เขย่าขวดให้นมผงละลายจนหมด โดยมีเทคนิคการเขย่านั้นก็คือ การจับขวดและหมุนมือเป็นวงกลมเหมือนเอาขวดนมแกว่งน้ำ ซึ่งจะเกิดฟองน้อยกว่าการเขย่าขวดขึ้นลง เพราะฟองที่เกิดขึ้นอาจทำให้เด็กท้องอืดได้ค่ะ
5.เมื่อคุณพ่อคุณแม่ชงนมไว้หลายๆขวด ขวดที่ยังไม่ได้ป้อนลูกๆ ควรเก็บใส่ตู้เย็นไว้เสมอ ถ้าเกิน 24 ชั่วโมง ต้องนำไปเททิ้ง
6.หากนำนมออกมาจากตู้เย็นควรนำมาอุ่นก่อน โดยวางไว้ในภาชนะที่ใส่น้ำร้อนไว้สักครู่ ไม่แนะนำให้อุ่นในไมโครเวฟ เพราะจะทำให้นมร้อนไม่สม่ำเสมอ
7.หลังจากอุ่นนมแล้วให้เขย่าขวด และหยดนมลงหลังมือเพื่อทดสอบความร้อน ก่อนนำไปป้อนให้ลูกน้อย
8.เมื่อลูกกินนมเหลือไว้ในขวด ควรปิดฝาครอบให้สนิททุกครั้ง ไม่ควรทิ้งนมที่เหลือไว้ที่อุณหภูมิห้องนานเกิน 2 ชั่วโมง ถ้านานกว่านี้คุณพ่อคุณแม่ควรเททิ้งไม่ควรเก็บไว้เพราะนมอาจจะเริ่มบูดได้ และทำให้เป็นอันตรายกับลูกๆ อีกด้วยค่ะ